1

ว่าด้วยเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์ในอนาคต

เทคโนโลยีทางการแพทย์ในอนาคตและปัจจุบัน

ก่อนจะไปพบกับเครื่องมือทางการแพทย์ที่อาจมีขึ้นในอนาคต มาดูความเป็นไปของเครื่องอัลตราซาวน์กันก่อน

เครื่องอัลตราซาวด์ คือ การนำคลื่นเสียงความถี่สูงมาใช้ประโยชน์ในการตรวจอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย  โดยจะเกิดภาพอย่างที่เราเห็นในจอได้นั้น เกิดมาจากเทคโนโลยีที่ขึ้นว่า โซนาร์ ในรูปแบบหนึ่งที่ใช้คลื่นความถี่สูงกว่าที่มนุษย์อย่างเราจะได้ยิน ดังนั้นเมื่อคลื่นเสียงไปกระทบกับความหนาแน่นของเนื้อเยื่อ เช่น ผิวด้านนอกอวัยวะของคนเรา เกิดการสะท้อนเกิดคลื่นขึ้น จะสะท้อนเป็นภาพขึ้นไปโชว์ที่จอคอมพิวเตอร์ โดยสามารถเห็นได้เป็นภาพ มีความลึก ขนาด รูปร่าง และความหนาแน่น  มีการแบ่งแยกการใช้คลื่นความถี่ในการตรวจของแพทย์ คลื่นความถี่แบบต่ำ จะใช้ตรวจเฉพาะอวัยวะร่างกายที่อยู่ในส่วนลึกลงไป หากเป็นคลื่นความถี่สูงจะใช้ตรวจพวกลูกตา ผิวหนังชั้นต่างๆ และวินิจฉัยมะเร็งผิวหนัง

เทคโนโลยีในอนาคตเกี่ยวกับการแพทย์

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น นักวิจัยกำลังวิจัยและพัฒนาเครื่องเอ็มอาร์ไอ ที่ใช้ความแรงสนามแม่เหล็กต่ำกว่าเดิมมาก ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เยอะ การสร้างภาพระดับโมเลกุล หรือ MI เป็นเทคโนโยลีที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีความเชื่อว่า MRI จะช่วยให้พบความผิดปกติและรักษาได้ตั้งแต่ในระยะแรกของโรค

ซึ่งปัจจุบันในไทยก็มีเครื่อง MRI ใช้แล้ว แต่เป็นเฉพาะโรงพยาบาลที่มีความพร้อมเท่านั้น มีความเป็นสากล และใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าตรวจ MRI ได้ง่ายๆ เนื่องด้วยเทคโนโยลีที่ใหม่ ทำให้ราคาแพงมาก เมื่อนำมาใช้ในประเทศไทย หากทำ MRI ทั้งร่างกาย อาจต้องเสียเงินเป็นแสน แต่คนส่วนมากที่ไม่สามารถตรวจหาสาเหตุของโรคได้จากจริง ก็ต้องพึ่งการทำ MRI จะได้รักษาโรคได้อย่างตรงจุด มองเห็นอวัยวะไปถึงเส้นเอ็น

เทคโนโลยีการบันทึกภาพเพื่อการวินิจฉัยได้ทำให้ความจำเป็นในการผ่าตัดที่ก่อความเจ็บปวด มีความเสี่ยง แม้กระทั่งการผ่าตัดที่ไม่จำเป็นเพื่อค้นหาสาเหตุความผิดปกติ ลดลงไปได้หลายราย. และเมื่อภาพนำไปสู่การวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่ในระยะแรกของโรค ผลการรักษาก็อาจดีกว่ามาก อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์พวกนี้มีราคาแพง บางเครื่องแพงกว่าหนึ่งล้านดอลลาร์ทีเดียว

แน่นอน การป้องกันไม่ให้เกิดโรคย่อมดีกว่าการตรวจพบว่าเป็นโรคแล้วรักษา ดังนั้นจงพยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการกินอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนอย่างเพียงพอ และมีทัศนะในแง่บวก สุภาษิต 17:22 กล่าวว่า “ใจที่ร่าเริงเป็นเหมือนโอสถวิเศษ”

 

smithailand