ท้องผูกภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

         ท้องผูกภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

         สาเหตุที่เกิดอาการท้องผูกเกิดจากการรับประทานที่มีปริมาณกากใยไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยาที่รับประทานบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียมและแคลเซียม การใช้ยาระบายไม่ถูกต้อง อุจจาระไม่เป็นเวลา ขาดน้ำ ซึ่งอาการท้องผูกยังมีผลกระทบที่จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน ได้แก่ ริดสีดวง หากมีการเบ่งอุจจาระบ่อยและมากจนเกินไป

                นอกจากจะสร้างความเจ็บปวดเวลาขับถ่ายอาการท้องผูกยังนำมาสู่ปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น

  • มีอาการไม่สบายบ่อย เนื่องจากปัญหาอาการท้องผูกเป็นสภาวะที่กากอาหารที่เสียตกค้างอยู่ในลำไส้นานๆทำให้เกิดการขัดขวางการดูดซึมอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เมื่อมีอาการท้องผูกจะทำให้ระบบทางเดินอาหารเกิดการเสียสมดุล โดยเฉพาะสมดุลของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยทำให้ประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้ร่างกายก่อเกิดเชื้อโรคได้ง่ายและทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้บ่อยยิ่งขึ้น
  • ปัญหาของกลิ่นปาก อาการท้องผูกถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหากลิ่นปาก เพราะการที่อุจจาระตกค้างอยู่ในลำไส้นานๆทำให้เกิดอาการท้องอืดเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งอาจจะออกมาทางลมหายใจ
  • ปวดหลัง ปวดเอวเมื่อมีประจำเดือน โดยการปวดหลังเรื้อรังอาจเกิดจากสุขภาพในการขับถ่าย ซึ่งเกิดจากการออกแรงเบ่งจากการท้องผูกเพื่อเอาอุจจาระออกมาทำให้เพิ่มความดันบริเวณหลังส่วนล่างทำให้เกิดอาการปวดหลัง โดยเส้นประสาทบริเวณส่วนล่างควบคุมการทำงานของลำไส้โดยภาวะท้องผูกทำให้เส้นประสาทบริเวณนี้ถูกกดทับทำให้รู้สึกปวดหลังส่วนล่าง
  • เกิดสิวและรอยหมองคล้ำบนใบหน้า หากอยู๋ในสภาวะท้องผูกของเสียและสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในร่างกายต้องมีการระบายออกจากร่างกาย จึงทำให้ผิวหนังเป็นทางเลือกในการขับของเสียออกมาจนกลายเป็นสิว และผดผื่นต่างๆ

           หากใครมีอาการท้องผูกจะต้องปรับสมดุลให้สุขภาพด้วยการดูแลระบบขับถ่ายให้ปกติ โดยการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการทานอาหารที่มีกากอาหาร ดื่มน้ำในปริมาณมาก และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ขับถ่ายให้เป็นเวลาประจำทุกวัน ก็จะช่วยให้ร่างกายไม่เกิดอาการท้องผูกและทำให้สุขภาพแข็งแรง

smithailand